เช็กเครดิตบูโรได้ที่ไหนออนไลน์ ออฟไลน์ทำแบบไหน ใช้อะไรบ้าง!?

เป็นปกติอยู่แล้วเวลาที่เราจะขอกู้สินเชื่อกับธนาคาร อย่างแรกที่เราต้องทำก็คือการเช็คเครดิตบูโรก่อนว่าเรานั้นมีประวัติในการใช้เงินไปในทิศทางที่ดีหรือไม่ มีประวัติหนี้เสียหรือป่าว โดยการจะกู้ขอสินเชื่อเพื่อไปลงทุนต่างๆ นั้นสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกสามารถเรียกตรวจเครดิตบูโรได้ เพื่อใช้เป็นตัวตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อว่าจะอนุมัติ หรือไม่อนุมัติก็ตาม

 

แต่ก็มักจะมีคำถามที่ถามขึ้นมาอีกว่า แล้วเรามีสิทธิ์ที่จะขอเรียกตรวจสอบเครดิตบูโรได้เองก่อนบ้างมั้ย และถ้าได้นั้นสามารถตรวจสอบได้จากที่ไหนบ้าง วันนี้เรานำมาบอกทุกคนกันแล้ว

 

เราจะสามารถเช็คเครดิตบูโรได้ที่ไหนบ้าง

ที่จริงการเช็คเครดิตบูโรนั้นเราสามารถทำได้หลายช่องทางมากทั้งเช็คเครดิตบูโรแบบออนไลน์ และออฟไลน์ ดังต่อไปนี้ได้เลย

  1. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโรทั้ง 4 สาขา

– ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) อาคาร 2 ชั้น 2

– ปากซอยสุขุมวิท 25 อาคารกลาสเฮ้าส์ (ชั้นใต้ดิน)

– สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ภายในสถานี)

– ห้างเจ-เวนิว (นวนคร) ชั้น 4 ติดประกันสังคม
*ทุกวันจันทร์-ศุกร์ หยุดวันนักขัตฤกษ์

  1. ที่ทำการไปรษณีย์ เฉพาะสาขาที่ให้บริการ Contact Center โทร.1545 หรือ www.thailanpost.com
  2. ธนาคารที่เป็นตัวแทนรับคำขอตรวจเครดิตบูโร เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, กรุงไทย, ธนาชาต, ธอส., แลนด์แอนเฮ้าส์

4.บริการยื่นคำขอตรวจเครดิตบูโรผ่านตู้ ATM ตู้ ATM กรุงไทยและไทยพาณิชย์

  1. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ที่ Call Center โทร.0-2643-1250 หรือ www.facebook.com/liovebureau

 

แล้วทีนี้เครดิตบูโรจะเก็บข้อมูลอะไรของเราบ้าง?

ข้อมูลที่เครดิตบูโรเก็บมีทั้งหมด 2 ส่วนด้วยกัน คือ

– ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ วันเกิด สถานภาพ อาชีพ เป็นต้น โดยเครดิตบูโรไม่สามารถเก็บข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลได้ เช่น คดีทางอาญา

– ประวัติการขอสินเชื่อ การได้รับอนุมัติสินเชื่อ ประวัติการชำระสินเชื่อย้อนหลังไม่เกิน 36 เดือน

นอกจากนี้ “สินเชื่อ” ตามกฎหมายเครดิตบูโร ยังรวมถึงสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ สินเชื่อเงินสด การเช่าซื้อรถยนต์ ประวัติการค้ำประกัน การซื้อขายหลักทรัพย์ โดยข้อมูลเครดิตบูโรจะแสดงเฉพาะหนี้สินเท่านั้น

 

ถ้าเกิดเช็คเครดิตบูโรออกมาแล้ว จะดูยังไงว่าเราติดเครดิตบูโรหรือไม่!?

ในรายงานข้อมูลเครดิตบูโรระบุ สถานะบัญชีเป็นตัวเลขที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

– 10 ปกติ แปลว่าบัญชีนี้มีการชำระสินเชื่อตามปกติ จ่ายครบ จ่ายตรงตามเงื่อนไข ไม่มียอดค้างชำระหรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน

– 11 ปิดบัญชี แปลว่า สินเชื่อบัญชีนี้มีการปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว ไม่มีหนี้ค้าง

– 12 พักชำระหนี้ ตามนโยบายรัฐ แปลว่า ที่ผ่านมาเคยมียอดค้างชำระ แต่ตอนนี้เข้าโครงการพักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ จึงทำให้สถานะไม่เป็นการค้างชำระ

– 20 หนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน แปลว่า เคยค้างชำระในอดีต และปัจจุบันก็ยังค้างอยู่ เป็นสถานะที่เป็นผลลบต่อผู้เป็นลูกหนี้เจ้าของบัญชีนี้

 

เอาล่ะ…อ่านมาถึงจุดนี้แล้วเราก็หวังว่า ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ตรงนี้จะเป็นส่วนช่วยที่สามารถทำให้ใครหลายๆ คนที่กำลังวางแพลนที่อยากจะกู้สินเชื่อ ให้ได้ลองไปเช็กเครดิตบูโรกัน ว่าคุณนั้นมีประวัติในการใช้เงินแบบไหน เพื่อเป็นแนวทางในการขอกู้สินเชื่อในอนาคตได้นั่นเอง